วันที่ 8 ตุลาคม 2531 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในหลวงรัชกาลที่ 9 (เมื่อครั้งดำรงพระบรมราชอิสริยยศขณะนั้น) ทรงมีพระราชดำริ ให้คณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดสร้างโรงงานสกัดและแปรรูปน้ำมันปาล์มขนาดเล็กขึ้นที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ จังหวัดนราธิวาส เพื่อนำผลผลิตปาล์มน้ำมันที่ทางศูนย์ ฯ ได้ทดลองปลูกไว้ตั้งแต่ปี 2528 จำนวน 8 ไร่ และเริ่มมีผลผลิตมาทำการสกัด และแปรรูปต่อเนื่องครบวงจร โดยทรงให้ทำเป็นเชิงการศึกษาไม่ใช่เชิงพาณิชย์ เพื่อให้เกษตรกรที่อยู่ในบริเวณนี้ ได้เห็นและเข้าใจถึงประโยชน์ของปาล์มน้ำมัน ซึ่งจากการทดลองปลูกในพื้นที่ดินพรุ ปรากฎว่าให้ผลผลิตสูง และทำรายได้สูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ คณะผู้วิจัยนำโดยรองศาสตราจารย์ดร.สัณห์ชัย กลิ่นพิกุล และนายชิต ลิ่มวรพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญ จึงได้ดำเนินการโดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงาน กปร. และได้รับการสนับสนุนอุปกรณ์ไฮโดรลิคส์ จากบริษัทไทยเอเย่นซีเอ็นยิเนียริ่ง จำกัด เครื่องยนต์ดีเซลฉุดกำลังจาก บริษัทสยามคูโบต้าอุตสาหกรรม จำกัด และทำการออกแบบและสร้างอุปกรณ์กลั่นน้ำมันบริสุทธิ์ ที่สนับสนุนโดย บริษัทสงขลามารีนโปรดักซ์ จำกัด ใช้เวลาการดำเนินการประมาณ 2 ปีก็แล้วเสร็จ สามารถทำการสกัดน้ำมันปาล์มด้วยวิธีการทอดผลปาล์มแล้วใช้เครื่องหีบซึ่งมีทั้งแบบหีบต่อเนื่องด้วยแรงคน และเครื่องหีบเพลาเดี่ยว ขับด้วยระบบไฮโดรลิคส์โดยใช้เครื่องยนต์ดีเซลเล็กฉุดกำลัง น้ำมันปาล์มและผลิตผลพลอยได้ต่าง ๆ ได้นำมาแปรรูปครบวงจร ดังนี้
วันที่ 7 ตุลาคม 2533 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในหลวงรัชกาล ที่ 9 (เมื่อครั้งดำรงพระบรมราชอิสริยยศขณะนั้น) พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 (เมื่อครั้งดำรงพระบรมราชอิสริยยศขณะนั้น) และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี (พระราชอิสริยยศขณะนั้น) ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทอดพระเนตรโรงงาน และการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์อย่างละเอียด และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ในหลวงรัชกาลที่ 9 (เมื่อครั้งดำรงพระบรมราชอิสริยยศขณะนั้น) ทรงพอพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่คณะวิจัยจาก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ดำเนินการสนองพระราชดำริได้อย่างครบวงจร และในการดำเนินงานดังกล่าว มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ยังคงสนองพระราชดำริในโครงการ และดำเนินงานเกี่ยวกับโครงการมาโดยตลอดจวบจนปัจจุบัน