โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช

Published : 31 มกราคม 2565   |   Read : 1122       โครงการของสำนักงาน กปร.

โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.นครศรีธรรมราช เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสถาบันทรัพยากรชายฝั่ง มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้รับเงินสนับสนุนจากสำนักงาน กปร. ในปีงบประมาณ 2549 จำนวน 11,258,580 บาท ทำกิจกรรมโครงการจัดทำกลไกการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้องในการประสานงานส่ง เสริมอาชีพ และรายได้ในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ส่งเสริมให้เกิดกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ตามอาชีพ เช่นกลุ่มประมง กลุ่มพัฒนาอาชีพจากต้นจาก กลุ่มอนุรักษ์สายน้ำปากพนัง และกลุ่มขยะรีไซเคิล กลุ่มเกษตรอินทรีย์ กลุ่มปาล์มน้ำมัน กลุ่มนาข้าวและพืชสวน เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2551 สถาบันทรัพยากรชายฝั่ง ได้รับงบประมาณสนับสนุนจำนวน 606,960 บาท ให้ดำเนินการในกิจกรรม ศูนย์บริการการมีส่วนร่วมของชุมชน ท้องถิ่นลุ่มน้ำปากพนัง เป็นศูนย์รวมข้อมูลและบริการข้อมูลของโครงการ สนับสนุนให้ทุกภาคส่วนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์ในการประกอบอาชีพของ ประชาชนอย่างยั่งยืน

ในปีงบประมาณ 2552 สถาบันทรัพยากรชายฝั่งได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สน.กปร.) จำนวน 2,334,150 บาท เพื่อดำเนินการโครงการส่งเสริมอาชีพและรายได้ใน 2 พื้นที่ ประกอบด้วย

1.1 กิจกรรมฝึกอบรมทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการนำผักตบชวาที่เป็นอุปสรรคต่อการจัดการน้ำมา ใช้ให้เกิดประโยชน์กับรายได้ และการประกอบอาชีพ กิจกรรมหารูปแบบบริหาร จัดการการใช้น้ำในการเพาะปลูก และกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าและใช้ประโยชน์ที่ ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช

1.2 กิจกรรมฝึกอบรมการแปรรูปสาคูเป็นแป้งเม็ดและเส้นก๋วยเตี๋ยว และกิจกรรมฝึกอบรมการสานกระจูด และวัสดุทดแทนกระจูดเพื่อการลดการสูญเสียพื้นที่กระจูด และความปลอดภัยจากสีสังเคราะห์ ที่ตำบลเคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช

ผลการดำเนินงานในปี 2552 ในพื้นที่ต.การะเกดนั้น สถาบันทรัพยากรชายฝั่งได้ประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พัฒนาระบบชลประทาน จัดระบบบริหารจัดการน้ำเพื่อการเกษตร โดยเน้นการทำนาเป็นหลักจนถึงจัดการด้านตลาด จนสามารถเปิดโรงสีข้าวชุมชนในเดือนกันยายน 2552 และมีผลิตภัณฑ์ “ ข้าวสารบ้านพ่อ ” ออกมาจำหน่ายได้ นอกจากนี้ก็ได้ทำการ พัฒนานำผักตบชวามาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพ เพื่อลดต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี การทำแปลงผักลอยน้ำ การทำกระดาษ การเพาะเห็ด และการทำอาหารสัตว์น้ำ โดยใช้ผักตบชวาเป็นวัตถุดิบหลัก