สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้ทำการวิจัย โครงการต้นแบบเพื่อนำพลังงานจากแสงอาทิตย์ มาใช้ในงานด้านการเกษตร ให้กับกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะตามพื้นที่เกาะที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยลงทุนไม่สูง และระบบมีอายุการใช้งานนานและดูแลรักษาง่าย ซึ่งมูลนิธิชัยพัฒนาได้คัดเลือก โรงเรียนเพื่อจัดทำระบบโซลาร์เซลล์ต้นแบบ เพื่อการเกษตรสองโรงเรียน คือ โรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา จังหวัดยะลา และโรงเรียนบ้านเกาะสาหร่ายชัยพัฒนา จังหวัดสตูล เนื่องจากโรงเรียนทั้งสอง เป็นโรงเรียนที่มูลนิธิชัยพัฒนาให้การสนับสนุนและ มีกิจกรรมให้นักเรียนปลูกผักสวนครัว รวมทั้งมีสถานที่ตั้งอยู่ในเขตจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนเกษตรกร โดยรอบได้
จากพระราชดำริดังกล่าว สำนักงานประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ได้ติดต่อประสานงานนักวิจัยที่มีความรู้ความสามารถในเรื่องดังกล่าว คือ ดร.สมพร ช่วยอารีย์ สังกัดคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี เดินทางไปสำรวจพื้นที่โรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ 2560 และโรงเรียนบ้านเกาะสาหร่าย ชัยพัฒนา จังหวัดสตูล เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 จากนั้นได้จัดทำข้อเสนอโครงการ และงบประมาณดำเนินโครงการดังกล่าวดังนี้
1. โรงเรียนอุดมศาสน์วิทยา จังหวัดยะลา
ออกแบบระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เป็นระบบคู่ขนานกับระบบสูบน้ำเดิม เพื่อนำพลังงานแสงอาทิตย์มาสูบน้ำขึ้นถังขนาด 2 ลูกบาศก์เมตร ที่อยู่สูงจากพื้นดิน 4 เมตร ซึ่งมีระบบสปริงเกอร์รดน้ำแปลงผัก และสูบน้ำไปยังอาคารอาบน้ำของนักเรียน ซึ่งมีความจุ 10 ลูกบาศก์เมตร 2 ชุด และสำรองไฟฟ้า ไว้เพื่อแสงสว่างกลางคืนในแปลงเกษตร เล้าไก่ โรงเพาะเห็ด เรือนเพาะชำ ป้ายโครงการ และอาคารกิจกรรม โดยให้แผงโซลาร์เซลล์ หมุนตามดวงอาทิตย์ด้วย รวมงบประมาณ วัสดุและค่าจ้างเหมา 72,648 บาท
2. โรงเรียนบ้านเกาะสาหร่ายชัยพัฒนา จังหวัดสตูล
ออกแบบระบบพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ในการสูบน้ำจากสระลึก 8 - 12 เมตร จากระบบเดิมใช้พลังงานแสงอาทิตย์สูบน้ำขึ้นถังสูง 13 เมตร แทนการสูบน้ำมาพักไว้ที่ระดับพื้นดิน และสูบขึ้นไปอีกครั้ง จากถังบนพื้นดินขนาด 12 ลูกบาศก์เมตร ไปยังถังสูงขนาดความจุ 16 ลูกบาศก์เมตร โดยประยุกต์ใช้ปั๊มชักขนาด 2 นิ้ว มอเตอร์ไฟฟ้าดีซีขนาด 600-650 วัตต์ แรงดันไฟฟ้า 24 โวลท์ และประยุกต์ใช้กับระบบท่อเดิมให้ใช้ได้ทั้ง 2 ระบบ รวมทั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ สำหรับการปลูกผักไฮโดรโพนิกส์ รวมค่าวัสดุ อุปกรณ์ และค่าจ้างเหมา 105,625 บาท
โครงการได้ดำเนินการแล้วเสร็จในปีพ.ศ.2562 และในวันที่ 25 กันยายน 2562 ดร.สมพร ช่วยอารีย์ หัวหน้าโครงการ ได้เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายรายงานผลการดำเนินงานของโครงการ แด่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดนราธิวาส จากผลการดำเนินงานโครงการดังกล่าวจะใช้ระยะเวลาคืนทุนประมาณ 5-7 ปี ซึ่งขึ้นอยู่กับการนำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ได้มาไปใช้ให้เต็มประสิทธิภาพที่สุดได้มากน้อยเพียงใด