โครงการสำรวจ ศึกษา วิจัยและพัฒนา เกาะบูโหลน จังหวัดสตูล

Published : 31 มกราคม 2565   |   Read : 1793       โครงการของมูลนิธิชัยพัฒนา



ความเป็นมาของโครงการพัฒนาเกาะบุโหลน

หมู่เกาะบุโหลน ประกอบด้วยเกาะต่างๆ 8 เกาะ อยู่ในเขตตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ห่างจากชายฝั่งประมาณ 22 กิโลเมตร และอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกาะที่มีราษฎรอาศัยมีอยู่ 2 เกาะคือ เกาะบุโหลนดอน เป็นเกาะที่มีขนาดเล็ก มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ 73 ครัวเรือน ราษฎรมีฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างยากจน ส่วนเกาะบุโหลนเลซึ่งนับเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดนั้นมีราษฎรอาศัยอยู่ ประมาณ 68 ครัวเรือน มีฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างดีกว่าเกาะ บุโหลนดอน จำนวนราษฎรทั้งสองเกาะ 474 คนส่วนใหญ่เป็นชาวเล(อุรักลาโว้ย) นับถือศาสนาอิสลาม มีอาชีพทำประมงเป็นหลัก รองลงไปก็มีอาชีพรับจ้างและค้าขาย ทั้งสองเกาะมีโรงเรียนและมัสยิด ไม่มีสถานีอนามัยและไม่มีไฟฟ้าใช้ โดยจะใช้พลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าร์เซลล์และเครื่องปั่นไฟขนาดเล็ก สำหรับแหล่งน้ำนั้น ที่เกาะบุโหลนดอนมีอ่างเก็บน้ำชลประทานมาสร้างไว้ให้โดยมีถังเก็บน้ำขนาด 4,000 ลบ.เมตร แต่น้ำมีสภาพขุ่นจากตะกอนดินสะสม ส่วนที่เกาะบุโหลนเลไม่มีอ่างเก็บน้ำ ราษฎรใช้น้ำฝนและน้ำบ่อตื้นในการอุปโภคบริโภคซึ่งในช่วงฤดูแล้งบางปีมักจะ ขาดแคลนต้องขอความช่วยเหลือประสบภัยแล้งมายังจังหวัดสตูลอยู่เสมอ

หมู่เกาะบุโหลนมีแนวปะการังที่สวยงามทั้งปะการังแข็งและปะการังอ่อน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจากแถบยุโรปมาพักที่เกาะบุโหลนเลซึ่งมี รีสอร์ททั้งของเอกชนและของราษฎรรวม 8 แห่ง ส่วนที่เกาะบุโหลนไม้ไผ่ซึ่งเป็นที่ทำการของสำนักงานอุทยานเกาะเภตรานั้นก็ มีสถานที่ที่ให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย

ในช่วงเดือนมิถุนายน 2553 นายธานี สิงขโรทัย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเกาะบุโหลนได้มีหนังสือขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิชัย พัฒนาและในเดือนกันยายน 2553 มูลนิธิชัยพัฒนาได้ขอความร่วมมือมายังมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เพื่อให้การ ช่วยเหลือราษฎรบ้านเกาะบุโหลน ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่เจ็บป่วยจำนวน 8 รายซึ่งเป็นคนไข้ในพระราชานุเคราะห์ให้มารักษาตัวที่โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้เกาะบุโหลนเป็นพื้นที่ศึกษาด้านการส่งเสริมสุขภาพและ สุขอนามัยโดยให้คณะสาขาวิชาด้านการแพทย์และสาธารณสุขของมหาวิทยาลัยฯเข้า ศึกษาและปฏิบัติงานจริงในพื้นที่ ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2553 มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ได้จัดให้มีการประชุมผู้เกี่ยวข้องโดยมีท่านรองอธิการบดีฝ่าย วางแผนเป็นประธาน ที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินการสนองพระราชดำริและที่ประชุมมีความต้องการที่ จะพัฒนาเกาะบุโหลนในด้านอื่นๆ ด้วย เช่นด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม พลังงาน แหล่งน้ำ ศิลปวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวที่ยั่งยืนแบบบูรณาการเป็นโครงการนำร่องหนึ่ง มหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัดซึ่งต่อมาที่ประชุมคณบดี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ก็ได้มีมติเห็นชอบในโครงการดังกล่าวแล้วเมื่อวัน ที่ 17 พฤศจิกายน พศ. 2553

ต่อมา ท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบัณฑิตศึกษาได้เชิญประชุมผู้บริหารและนักวิจัย ของมหาวิทยาลัยฯหลายครั้งเพื่อเตรียมการและเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554 คุณลลิต ถนอมสิงห์ ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาได้นัดประชุมตัวแทนราษฎรเกาะบุโหลนและหน่วย งานต่างๆของจังหวัดสตูลที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์โดยท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดสตูลได้มาร่วมประชุมด้วย และต่อมาในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2554 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฯพร้อมกับทีมวิจัยของนพ.สีลม แจ่มอุลิตรัตน์ พร้อมกับนักศึกษาแพทย์ก็เข้าทำการสำรวจข้อมูลที่เกาะบุโหลนดอนและได้พบกับ คณะของท่านเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาที่ได้มาตรวจเยี่ยมด้วย

ต่อมาในวันที่ 20 เมษายน 2554 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และมูลนิธิชัยพัฒนาก็ได้จัดพิธีลงนามข้อตกลงความ ร่วมมือในโครงการพัฒนาเกาะบุโหลนขึ้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และต่อมา ในวันที่ 21-22 เมษายน 2554 คณะนักวิจัยจำนวน 22 ท่าน ได้เข้าทำการสำรวจข้อมูลที่เกาะบุโหลนดอนและเกาะบุโหลนเล เพื่อจัดเตรียมข้อเสนอโครงการ เนื่องจากใกล้ฤดูมรสุมของฝั่งทะเลอันดามันแล้ว พบว่าราษฎรทั้งสองเกาะมีชีวิตความเป็นอยู่และสภาพปัญหาความต้องการแตกต่าง กันบ้างและคล้ายคลึงกันบ้าง ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือมีการว่าจ้างราษฎรจำนวนหนึ่งไปทำงานที่รีสอร์ทที่ เกาะลีเป๊ะซึ่งจะมีรายได้ดีกว่าทำประมงพื้นบ้านซึ่งนับวันทรัพยากรสัตว์น้ำ จะมีปริมาณลดลงไปเนื่องจากยังไม่มีโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ

โครงการพัฒนาเกาะบูโหลน

คณะกรรมการ - คณะทำงาน

ผลการดำเนินงาน

ภาพกิจกรรม

โครงการของมูลนิธิชัยพัฒนาอื่นๆ